ทำเนียบขาวเผยแพร่แถลงการณ์ เรื่องการสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน กับประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ ใช้เวลานานประมาณครึ่งชั่วโมง “ด้วยบรรยากาศเป็นมิตร” โดยผู้นำทั้งสองประเทศเห็นพ้อง “การจัดทำกลไกเชิงลึก” เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์และความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่รวมถึงการพบหารือกันแบบตัวต่อตัวในเดือนหน้า

ขณะที่นายฟิลิป เอเตียน เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐ จะเดินทางกลับไปยังกรุงวอชิงตันในสัปดาห์หน้า “เพื่อภารกิจประสานและส่งเสริมความร่วมมือ” ระหว่างทั้งสองประเทศ ทั้งนี้ มาครงเรียกตัวเอเตียน และนายฌอง-ปิแอร์ เทโบลต์ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลีย ให้เดินทางกลับมายังกรุงปารีส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ฝรั่งเศสเรียกกลับเอกอัครราชทูตประจำกรุงวอชิงตัน บ่งชี้ความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อกลุ่ม “ออคัส” ที่เป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐ กับสหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย โดยเฉพาะประเด็นที่รัฐบาลแคนเบอร์รายกเลิกข้อตกลงสร้าง “กองเรือดำน้ำ” มูลค่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.3 ล้านล้านบาท ) กับฝรั่งเศส ที่ลงนามร่วมกันตั้งแต่ปี 2559 และกำหนดการส่งมอบเรือดำน้ำลำแรก จากทั้งหมด 12 ลำ คือภายในปี 2570 แล้วหันไปรับความสนับสนุนด้านเทคโนโลยีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์จากสหรัฐและสหราชอาณาจักรแทน

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจน ว่าเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำกรุงแคนเบอร์ราจะเดินทางกลับไปประจำการอีกครั้งเมื่อใด หลังนายกรัฐมนตรีสกอตต์ มอร์ริสัน ผู้นำออสเตรเลีย ยอมรับว่า เขาพยายามแสวงหาโอกาสจัดการสนทนาทางโทรศัพท์กับมาครง แต่ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้นำฝรั่งเศส สะท้อนว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์ครั้งนี้ “ยังต้องใช้เวลาและความอดทน”